วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

ปลูกป่าชายเลนหาดสระบัว

ร่วมกันอนุรักษ์ป่าชายเลนหาดสระบัว

  บ้าน คือ สถานที่ที่สิ่งมีชีวิต ใช้อยู่ กิน หลบภัย และดำรงชีวิต เมื่อนึกถึงบ้านจะนึกถึงความอบอุ่นและในสำหรับสัตว์น้ำชายฝั่งนั้นบ้านของสัตว์น้ำคือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งในท้องทะเลแต่ถ้านิยามคำว่าบ้านของสัตว์น้ำที่หมายรวมไปถึงการดำรงอยู่เพื่อสืบพันธ์และการอนุบาลลูกสัตว์น้ำวัยอ่อนหลายคนคงนึกถึงแหล่งปะการังและระบบนิเวศน์ป่าชายเลนซึ่งเป็นบ้านของสัตว์น้ำที่ดีที่สุด

           ปัจจุบันจากการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการพัฒนาในด้านต่างๆรวมทั้งการบุกรุกเพื่อการประกอบอาชีพในปัจจุบันป่าเลนได้ลดหายลงไปมากอีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของชายฝั่งที่สำคัญในการกัดเซาะและการงอกใหม่ของชายฝั่ง

      บ้านสระบัวเดิมมีชายหาดที่เลื่องชื่อแต่จากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ชายหาดถูกกัดเซาะจนหายไปเมื่อเกิดการงอกใหม่ก็ไม่ได้เป็นเป็นผืนทรายแต่กลายเป็นหาดเลนงอกใหม่มีพื้นที่ประมาณ๕๐๐ เมตรขนานไปกับฝั่งจากหาดทรายกลายเป็นหาดเลนนี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบนิเวศน์ใหม่ ไปในทางที่ดีขึ้น หาดโคลนกลายเป็นแหล่งผลิตห่วงโซ่อาหารที่สำคัญให้แก่ระบบ





                หลายปีที่ผ่านมาชุมชนจึงเร่งปลูกป่าชายเลนเพื่อหวังสร้างเป็นบ้านที่มั่นคงแก่สัตว์น้ำ  เป็นแหล่งเพาะพันธ์  เป็นแหล่งอนุบาล และแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ จากการที่ชุมชนเห็นคุณค่าของการปลูกป่าชายเลน ทำให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มองค์กรต่างๆ เข้ามาปลูกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการตั้งค่ายอนุรักษ์ที่บ้านสระบัวของนักเรียนจากที่ต่างๆทำให้การปลูกป่าชายเลนมีการทำซ้ำและต่อเนื่องขยายแปลงปลูกป่าออกไปตามแต่สถานที่จะเอื้ออำนวย

       ปลูกป่าชายเลนอย่างไรจึงให้รอด หลายแห่งหลายที่ปลูกซ้ำไปซ้ำมาแต่ก็ไม่ได้เพิ่มปริมาณของป่าชายเลนแต่อย่างใด การปลูกป่าชายเลนที่บ้านสระบัวจะเน้นต้นโกงกางเป็นหลัก เนื่องจากเห็นว่าต้นไม้พันธุ์อื่น จะลอยมาติดชายฝั่งและงอกขึ้นเองตามธรรมชาติการปลูกป่าชายเลนนั้นมีหลักการใหญ่ๆ สองแบบ คือ เน้นการปลูกจากฝั่งลงไปในทะเลและจะปลูกจากด้านทิศใต้ขึ้นทางไปทิศเหนือ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณใกล้ฝั่งทางด้านทิศใต้ดินเลนจับตัวหนาแน่น ไม่เป็นดินเลนเหลว เพราะการปลูกบนดินเลนเหลวในช่วงมรสุมจะถูกคลื่นซัดได้ง่ายต้นไม้ที่ปลูกจะถูกซัดขึ้นมาบนฝั่งส่งผลให้การปลูกไม่ได้ผล และการปลูกจากริมฝั่งลงไปในทะเล  ทำให้พันธุ์ของต้นไม้ป่าชายเลนอื่นๆ เช่น ต้นแสมที่ลอยมากับน้ำ สามารถลอยมามาใกล้ฝั่งได้ และจะติดต้นโกงกางที่ปลูกไว้ สามารถงอกขึ้นได้เองตามธรรมชาติเนื่องจากไม่มีอะไรต้นไม้หรือวัสดุกีดขวางจุดสังเกตอีกอย่างหนึ่งที่ชุมชนเรียนรู้ คือ บริเวณใดที่ต้นแสมเริ่มขึ้นหรือเริ่มงอกตามธรรมชาติแสดงว่าดินเลนบริเวณนั้นเหมาะสำหรับการปลูกต้นโกงกางได้แล้วเพราะดินเลนทุกที่ใช่ว่าจะปลูกป่าชายเลนได้เสมอไปเพราะคุณภาพดินยังไม่เหมาะสม นอกจากนี้ในการปลูกป่าชายเลนก่อนปลูกชุมชนยังช่วยกันนำกิ่งไม้หรือไม้ไผ่ ปักไม้ด้านหน้าของต้นไม้เพื่อป้องกันสิ่งของและคลื่นที่พัดเข้ามากระทบต้นไม้โดยตรง อีกทั้งหากปล่อยให้ขยะมาปิดที่ยอด  ต้นโกงกางเหล่านี้ก็จะไม่เจริญเติบโตและตายในที่สุด





                นอกจากการปลูกป่าชายเลนแล้วยังมีการใส่ปุ๋ยชีวภาพให้แก่ต้นไม้ด้วย  มีการนำปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดปั้นเป็นก้อนกับดินเลนผสมกับน้ำหมักชีวภาพแล้วไปไปวางทั่วแปลงป่าชายเลนที่ปลูก  ส่งผลให้ต้นไม้เจริญเติบโตดี  ระบบนิเวศน์ของหน้าดินก็อุดมสมบูรณ์ตามไปด้วย  ดังจะเห็นได้จากบริเวณป่าชายเลนที่ปลูกใหม่เต็มไปด้วยปลาตีน  และนกน้ำที่หากินตามแนวป่าชายเลน

                ในอนาคตชุมชนจะสร้างแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ที่นี่เพื่อเรียนรู้การอนุรักษ์และระบบนิเวศน์ชายฝั่งแก่เยาวชนและบุคคลทั่วไป  ซึ่งเยาวชนจะเป็นกำลังหลักในการขึ้นมาช่วยกันดูแลทรัพยากรที่หน้าบ้านตนเองต่อไป






เพื่อนๆ คงเห็นความสำคัญของป่าชายเลนแล้วใช่ไหม ว่ามีความสำคัญมากเพียงใด ฉะนั้นเรามาร่วมใจอนุรักษืป่าชายเลนกันนะครับ........

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น